16/2/57

ประวัติบาสเกตบอล




              ประวัติบาสเกตบอล

















การถือกำเนิดขึ้นของกีฬาบาสเกตบอลเกิดขึ้นที่เมืองสปริงฟิล รัฐแมสซาชูเซส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ. 1891 (พ.ศ. 2434) โดย ดร.เจมส์ ไนสมิธ อาจารย์พละศึกษาของโรงเรียนคนงานคริสเตียน (ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยสปริงฟีล) ต้องการให้มีการแข่งขันกีฬาในร่มช่วงฤดูหนาว พร้อมกับกำหนดกติกา 5 ข้อ สำหรับการเล่น ดังนี้

           1. ต้องใช้มือเล่นลูกบอล

          
 2. แต่ห้ามถือบอลวิ่ง

          
 3. ผู้เล่นสามารถยืนได้ทุกพื้นที่ของสนาม

          
 4. ผู้เล่นห้ามปะทะหรือถูกตัวกัน

          
 5. จะมีห่วงติดตั้งไว้เหนือพื้นสนามกับเส้นเขตสนาม สูงจากพื้นประมาณ 10 ฟุต

บาสเกตบอล

          ต่อมาทาง ดร.ไนสมิธ ได้กำหนดหลักการเล่นเพิ่มเติม จำนวน 13 ข้อ ซึ่งกลายเป็นกติกาพื้นฐานของบาสเกตบอลในปัจจุบัน ได้แก่

           1. สามารถโยนลูกบอลไปที่อื่นด้วยมือทั้ง 2 ข้างหรือมือเดียว

          
 2. สามารถตีลูกบอลได้ทั้งมือเดียวหรือ 2 มือ แต่ห้ามใช้กำปั้นทุบบอล

          
 3. ห้ามถือลูกบอลวิ่ง

          
 4. ต้องถือลูกบอลด้วยมือ แขน หรือลำตัว แต่ห้ามดึงลูกบอล

          
 5. ห้ามดัน ผลัก ฝ่ายตรงข้าม

          
 6. การกระทำตามข้อ 3-5 ถือว่าเป็นการฟาล์ว

          
 7. หากผู้เล่นทีมเดียวฟาล์วติดต่อกัน 3 ครั้ง ให้นับคะแนนแก่ฝ่ายตรงข้าม

          
 8. นับคะแนนเมื่อลูกบอลเข้าห่วงไปแล้ว หรือยังค้างที่ก้านห่วง แต่ผู้เล่นฝ่ายป้องกันไปสัมผัสหรือกระทบประตู ก็นับคะแนนให้เช่นกัน

          
 9. หากลูกบอลออกนอกสนามให้ส่งบอลเข้ามาเล่นในจุดที่บอลออก

          
 10. กรรมการผู้ร่วมตัดสิน (Umpire) มีหน้าที่คอยจดบันทึกการฟาวล์ และคอยช่วยผู้ตัดสินในด้านสถิติต่าง ๆ ทำให้ตัดสินได้ถูกต้องมากขึ้น

          
 11. ผู้ตัดสิน (referee) มีหน้าที่ตัดสินในสนามในจังหวะต่าง ๆ, จับเวลา, ให้คะแนนเมื่อเกิดการทำแต้ม, บันทึกคะแนน ฯลฯ

          
 12. การแข่งขันแบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 5 คะแนน โดยมีเวลาพักครึ่ง 5 นาที

          
 13. เมื่อจบการแข่งขัน ฝ่ายใดทำแต้มได้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าเสมอกัน ก็ต้องเล่นต่อจนกว่าจะมีฝ่ายใดทำแต้มได้

          นอกจากนี้ ดร.ไนสมิธ ยังเป็นผู้เริ่มผลักดันบาสเกตบอลให้เป็นกีฬาระดับมหาวิทยาลัย จนสามารถตั้งเป็นลีกระดับมหาวิทยาลัยได้ ในปี ค.ศ. 1938 (พ.ศ. 2481) ต่อมา ค.ศ. 1946 (พ.ศ. 2489) บาสเกตบอลเอ็นบีเอ จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการแข่งขันระดับอาชีพที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

กฎและกติกา

บาสเกตบอล

 สนามที่ใช้ในการแข่งขัน

          มีขนาดทั้งหมด 28 คูณ 15 เมตร ขณะที่ในกรอบเขตโทษมีรัศมีเมื่อนับจากแป้นบาสยาว 6.25 เมตร

บาสเกตบอล

 ลูกบาสเกตบอล

          มีเส้นรอบวงประมาณ 30 นิ้ว (76 เซนติเมตร) มีน้ำนักประมาณ 1 ปอนด์ (600 กรัม)

 แป้นบาสเกตบอลและห่วง

          10 ฟุต (3.05 เมตร) เมื่อนับจากพื้นไปถึงขอบห่วง และตัวแป้นนี้จะถัดเข้ามาจากเส้นหลัง 4 ฟุต (1.2 เมตร)

 จำนวนผู้เล่น

          มีผู้เล่นฝั่งละ 5 คน ส่วนตัวสำรองสูงสุดทีมละ 7 คน ซึ่งการเปลี่ยนตัวนั้นสามารถเปลี่ยนตัวได้ไม่จำกัด โดยจะเปลี่ยนได้ในช่วงที่บอลตายเท่านั้น

บาสเกตบอล

 วิธีการและข้อบังคับในการเล่น

           ต้องเคลื่อนที่ลูกบอลไปข้างหน้าด้วยการเลี้ยงลูกด้วยมือข้างเดียว คือให้ลูกกระเด้งพื้นขณะที่วิ่ง และมือจะต้องอยู่เหนือลูกเท่านั้น หากอยู่ในองศาอื่นถือว่าเป็นการถือลูก นอกจากนี้ยังห้ามเตะหรือชกลูกบาสเกตบอลอีกด้วย

           หากนำบอลขึ้นมาอยู่ในแดนฝั่งตรงข้ามได้แล้ว ห้ามส่งลูกกลับเข้าแดนตัวเอง

           ภายใน 8 วินาทีที่ได้บอล ผู้เล่นจะต้องนำลูกเข้าสู่แดนฝ่ายตรงข้ามให้ได้ และต้องชู้ตภายใน 24 วินาที

           หากผู้เล่นคนใดคนหนึ่งฟาล์วรวม 5 ครั้งภายในเกม ผู้เล่นคนนั้นจะไม่สามารถเล่นเกมนั้นได้อีก ต้องออกจากสนาม เรียกว่า (foul out)

 เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

          แบ่งเป็น 4 ควอเตอร์ต่อเกม ควอเตอร์ละ 10-12 นาที แล้วแต่ประเภทของการแข่งขัน ขณะที่การแข่งขันในช่วงต่อเวลา จะมีความยาว 5 นาที ทั้งนี้ การจับเวลาของบาสเกตบอล จะหยุดเวลาเมื่อบอลตาย ดังนั้นการแข่งขันบาสเกตบอลจึงใช้เวลามากกว่า 50 นาทีต่อเกมการแข่งขัน

 การนับคะแนน

          หลักการเล่นที่สำคัญที่สุดของกีฬาบาสเกตบอล นั่นคือ การทำแต้มด้วยการโยนลูกบอลเข้าห่วงของคู่แข่งให้มากกว่า และพยายามป้องกันไม่ให้คู่แข่งโยนลูกบอลเข้าห่วงของตัวเอง โดยที่การโยนลูกบอลเข้าห่วงในพื้นที่นอกเขตโทษ จะได้ 3 คะแนน, ในเขตโทษได้ 2 คะแนน และจุดโทษได้ 1 คะแนน

          จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เป็นประวัติความเป็นมาและกติกาการเล่นคร่าว ๆ ของบาสเกตบอล อย่างไรก็ตาม ด้วยกฎกติกาเช่นนี้เอง ทำให้กีฬาบาสเกตบอลมีความสนุกสนาน เพราะแต่ละทีมต้องเปิดเกมรุกใส่กันตลอด ทำให้คนดูต้องรับชมแบบตาไม่กระพริบกันเลยทีเดียว
ขอบคุณแหล่งที่มา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น